เพชรา เชาวราษฎร์ ปัจจุบัน

advertisements

เพชรา เชาวราษฎร์ ปัจจุบัน เป็นที่ทราบกันดีหลังนางเอกนัยน์ตาหยาดน้ำผึ้ง เพชรา เชาวราษฎร์ ซูเปอร์สตาร์ชื่อก้องในวงการบันเทิงไทยแสดงหนังมาแล้ว 300 เรื่อง เริ่มมีอาการผิดปกติที่ดวงตาจากแสงจ้าของรีเฟล็กต์ เมื่อปี 2515 ระหว่างถ่ายทำภาพยนตร์เรื่อง “ไทยใหญ่” จนมารับบทนางเอกครั้งสุดท้าย   ในเรื่อง “ขุนทอง” ดวงตาของเพชรา เริ่มบอด จนต้องปิดฉากชีวิตนางเอกหนังไทยไปโดยปริยาย

โฆษณามิสทีน ของ เพชรา เชาวราษฎร์ ปัจจุบัน

ประวัติ เพชรา เชาวราษฎร์ เกิด 19 มกราคม พ.ศ. 2486 ชื่อเล่น อี๊ด ชื่อจริงว่า เอก เชาวราษฎร์ นักแสดงภาพยนตร์เจ้าของฉายา นางเอกนัยน์ตาหยาดน้ำผึ้ง มีผลงานแสดงประมาณ 300 เรื่อง ระหว่าง พ.ศ. 2505 ถึง 2521 วัยเด็ก เพชราเกิดที่จังหวัดระยอง เป็นบุตรคนที่ 4 จากพี่น้องทั้งหมด 7 คน เมื่ออายุ 15 ปี ได้เข้ามาเรียนหนังสือที่กรุงเทพ พักอาศัยอยู่กับพี่สาวและพี่เขย และช่วยงานที่ร้านเสริมสวยของน้องสาวพี่เขย เธอได้รับการชักชวนให้เข้าประกวดธิดาเมษาฮาวายประจำปีพ.ศ. 2504 จัดโดยสำนักงานสลากกินแบ่งรัฐบาล ใช้ชื่อในการประกวดว่า ปัทมา เชาวราษฎร์ ได้ตำแหน่งชนะเลิศเธอได้รับการชักชวนจากศิริ ศิริจินดา และดอกดิน กัญญามาลย์ ให้แสดงภาพยนตร์เรื่อง บันทึกรักพิมพ์ฉวี เมื่อ พ.ศ. 2505 เป็นเรื่องแรก ขณะอายุ 19 ปี แสดงคู่กับ มิตร ชัยบัญชา โดยดอกดิน กัญญามาลย์ เป็นผู้ตั้งชื่อว่า เพชรา ให้ เพชรา เชาวราษฎร์ แจ้งเกิดอย่างเต็มตัวจากภาพยนตร์เรื่องที่สอง เรื่อง ดอกแก้ว ตามด้วย หนึ่งในทรวง อ้อมอกสวรรค์ และได้แสดงคู่กับมิตร ชัยบัญชา รับบทคู่รักในภาพยนตร์อีกหลายเรื่อง เป็นที่ชื่นชอบของแฟนภาพยนตร์ เรียกว่า คู่ขวัญ มิตร-เพชราหลังจากมิตร ชัยบัญชาประสบอุบัติเหตุเสียชีวิตในการถ่ายภาพยนตร์เรื่อง อินทรีทอง เพชราก็ยังรับบทนางเอกภาพยนตร์ต่อเนื่องมาอีกหลายปี คู่กับ สมบัติ เมทะนี ไชยา สุริยัน ลือชัย นฤนาท และพระเอกใหม่ ครรชิต ขวัญประชา นาท ภูวนัย ยอดชาย เมฆสุวรรณ กรุง ศรีวิไล

เพชรา เชาวราษฎร์
รูปภาพ เพชรา เชาวราษฎร์ ปัจจุบัน

ในโลกแห่งความมืด ประมาณ พ.ศ. 2515 เธอเริ่มมีปัญหาเรื่องสายตา เนื่องจากในการถ่ายภาพยนตร์ต้องใช้แสงไฟสว่างจ้า ใช้เวลารักษาอยู่หลายปี จนกระทั่งตาบอดสนิททั้งสองข้าง เมื่อ พ.ศ. 2521 ภาพยนตร์เรื่องสุดท้ายที่เธอแสดง คือเรื่อง ไอ้ขุนทอง ซึ่งเธออำนวยการสร้าง และแสดงเป็นแม่ของพระเอก รับบทโดยสรพงศ์ ชาตรี สาเหตุของการตาบอดของเพชรา มาจากการไม่ได้พักสายตา ไม่ว่าจะเป็นบทบาทที่ต้องร้องไห้บ่อย การขับรถไปทำงานเอง ประกอบกับสมัยนั้น ถ่ายหนังต้องใช้ไฟแรง หรือใช้รีเฟล็กซ์เยอะ ช่วงหลังๆที่ถ่ายหนังเรื่อง “ไทยใหญ่” เมื่อปี 2513 เริ่มแสบตา แต่เธอก็ยังขับรถไปถ่ายหนังต่างจังหวัดเอง และอดทนแสดงภาพยนตร์จนถึงเรื่องสุดท้ายคือ “ไอ้ขุนทอง” เข้าฉายในปี 2520เมื่อดวงตาเริ่มมีปัญหา จึงไปหาหมอ แต่ว่าไม่ได้ไปตามนัดโดยสม่ำเสมอ เพราะต้องไปถ่ายหนัง บางวันก็อยู่ต่างจังหวัด พออาการเริ่มหนักขึ้น ถึงขั้นขับรถปีนเกาะกลางถนนหลายครั้ง ช่วงที่อาการหนักมากๆ ก็พยายามรักษาทุกวิถีทาง แพ้ยาจนตัวบวม จากน้ำหนัก 47-48 กิโลกรัม จนมาหนัก 60 กว่ากิโลกรัม ต้องซื้อเสื้อผ้าคนท้องมาใส่ ผมร่วงหมดศีรษะ ฝ้าขึ้นดำไปทั้งหน้าทั้งตัว เมื่อตัวบวมมากๆ ก็หายใจไม่ออก กลืนน้ำก็ไม่ได้ ต้องเข้าไปนอนรักษาตัวที่โรงพยาบาล การทำงานของไตหยุด พิษยาจึงคั่งค้างทำให้ตัวบวม ต้องรอให้พิษยาลดลง จากที่เคยสวมแว่นดำและนั่งแท็กซี่ไปไหนมาไหนได้เอง ตอนหลังก็มองไม่เห็น ออกไปไหนคนเดียวไม่ได้

เพชรา เชาวราษฎร์ ปัจจุบัน
เพชรา เชาวราษฎร์ ปัจจุบัน

ด้าน กรุง ศรีวิไล พระเอกที่เคยร่วมงานกับเพชรามาก่อนเล่าให้ฟัง สมัยนั้นดาราชื่อดังอย่างคุณเพชราต้องวิ่งรอกถ่ายหนังวันละ 4 เรื่องไม่ได้หลับได้นอน จึงใช้วิธีพึ่งพายาหยอดตานำเข้าจากฮ่องกง เป็นยาน้ำอยู่ในขวดขาวขุ่นมาใช้หยอดตา ทำให้ตาขาวที่ขุ่นมัวจะใสมาทันที ตัวเองก็เคยใช้ยา ใช้แล้วมีอาการแสบตามากจึงหยุด ซึ่ง สมบัติ เมทะนี พระเอกชื่อดังก็เคยใช้จนมีผลมาถึงปัจจุบัน ทุกวันนี้ สมบัติ มีตาเหมือนม้าที่มองด้านตรงได้อย่างเดียว คนส่งของให้ข้าง ๆ คุณสมบัติจะมองไม่เห็น 30 ปีแล้วที่เพชราไม่เคยเผยโฉมหน้าอันงดงามให้กับสื่อใด ๆ ทั้งสิ้น แม้กระทั่งได้รับเชิญไปออกรายการทีวีช่องหนึ่งผู้ชมเห็นเพียงด้านข้างของเธอ จนมาถึงวันที่ 30 ก.ย. 2552 ในวัย 66 ปีของเพชรา เธอกลับมาอีกครั้งเพื่อเป็นพรีเซ็นเตอร์ให้สินค้าชนิดหนึ่ง การกลับมาทำงานครั้งนี้ถือว่าเป็นเรื่องทอล์กออฟเดอะทาวน์ของสังคมไทย

ชรินทร์ นันทนาคร คู่ชีวิตของนางเอกชื่อดังออกมาเปิดเผยเรื่องนี้ว่า การติดต่อครั้งนี้ได้เปิดฉากการเจรจาถึง 9 ครั้ง จนครั้งสุดท้ายที่สำเร็จ เพราะทีมงานไปหาข้อมูลมาก่อนว่าคุณเพชราชอบอะไร จนล่วงรู้ความตั้งใจของคุณเพชราว่าเธออยากทำบุญกุศลให้กับ    คนตาบอด ด้วยการตั้งเป็นมูลนิธิในนามของตัวเธอเองเพื่อจะช่วยเหลือผู้บกพร่องทางสาย ตา ถือเป็นการทำบุญกุศลครั้งใหญ่ที่ฝันไว้ในชีวิต คุณเพชราได้พยายามที่จะทำมาเป็นปีแล้วแต่ไม่สำเร็จ นอกจากนี้ยังใช้ผู้ใหญ่ที่คุณเพชรานับถือเข้ามาเป็นตัวกลางในการพูดคุยด้วย  “ตอนที่เขาคุยคุณอี๊ดไม่ให้ผมเข้าไปนั่งอยู่ด้วย เขาว่าผมจุกจิก เราให้อิสระเขาตัดสินใจคนเดียว ค่าตัวเขาก็มากอยู่” คู่ชีวิตนางเอกนัยน์ตาหยาดน้ำผึ้งบอก สำหรับการเตรียมตัวในการถ่ายทำโฆษณาคุณชรินทร์ บอกว่า คุณเพชราถูกบังคับลดน้ำหนักจาก 50 กิโลกรัมให้เหลือ 46 กิโลกรัม ด้วยการว่ายน้ำใช้วิธีขึงเชือกจากหัวสระไปท้ายสระเพราะคุณเพชรามีปัญหาทาง สายตานอกจากนั้น ก็ใช้วิธีลดอาหาร สงสารเขามากจะไม่ยอมกินอะไรเลยเพราะกลัวว่าภาพจะออกมาไม่สวย  แต่ทีมงานที่ถ่ายทำก็เตรียมการดีมาก เห็นบอกว่าทุกอย่างยิ่งใหญ่ ไม่ว่าเครื่องเพชรที่คุณเพชราถ่ายมีมูลค่าสูงถึง 700 ล้านบาท เจ้าของร้านเพชรมานั่งเฝ้า เสื้อผ้านำเข้าจากฝรั่งเศสเป็น 10 กว่าชุดในการถ่ายโฆษณาชิ้นนี้ “ตอนที่กลับมาจากถ่ายโฆษณาคุณอี๊ดเหนื่อยมาก กลับมาถึงบ้าน 5 ทุ่ม ล้างหน้าแปรงฟันนอนเลยแต่เขาก็มีความสุขในการทำงาน ปกติคุณอี๊ดเป็นคนนอนเร็ว ช่วงนั้นเขาต้องอดอาหารเพื่อลดหุ่น ถ่ายโฆษณาเสร็จกินเต็มที่   เลยอย่างแรกเลยเขาขอกินอะไรที่เผ็ด ๆ ก่อน ตอนนี้ยังผอมอยู่เลย แต่ก็สวยดีผมชอบ”

อีกมุมหนึ่งของคนทำงานเบื้องหลัง ปิลันธ์ สภานนท์ กรรมการผู้จัดการบริษัทมาโชว์ แมงโก้ จำกัด ในฐานะผู้ผลิตชิ้นงานโฆษณา เล่าให้ฟังว่าก่อนที่ถ่ายทำโฆษณา สิ่งแรกเลยคุณเพชราขอจับมือกับทีมงานทุกคนก่อน เพื่อสร้างความคุ้นเคย เพราะมองไม่เห็น งานนี้ใช้แอ๊คติ้งโค้ดมาเป็นตัวช่วยบอกให้คุณเพชราเดิน กี่ก้าวหยุดตรงไหน  “เธอทำการบ้านมาอย่างดี เดินเข้ามากองถ่ายใส่รองเท้าส้นสูง 5 นิ้ว เข้ามาเลย ทุกฉากไม่ใช้สแตนด์อินเลย ให้ข้อมูลอะไรเธอรับ ได้เร็วมากสมกับเป็นซูเปอร์สตาร์ตัวจริง”

คนทั้งในและนอกวงการยกย่องให้เพชราเป็นซูเปอร์สตาร์ตัวจริง  รัชพงศ์ งามพิศัย ผู้บริหารบริษัทเฟมไลน์ จำกัด ในฐานะบริษัทผู้คิดโฆษณาชิ้นนี้ กล่าวว่า ระหว่างการถ่ายทำโฆษณาได้นำทีมรักษาความปลอดภัย ซึ่งเคยทำงานให้กับคณะของนางฮิลลารี คลินตัน นักร้องซูเปอร์สตาร์ เรน เมื่อครั้งมาเยือนเมืองไทย มาดูแลความปลอดภัยให้คุณเพชรา ไม่ว่าจะเป็นการเดินเหิน รวมทั้งดูแลรอบนอกไม่ให้ใครนำกล้องหรือโทรศัพท์มือถือเข้าไป ป้องกันภาพหลุดไปข้างนอก เพื่อให้ทุกอย่างเป็นความลับมากที่สุด เพราะมีแคมเปญออกไปก่อนหน้านี้ว่าคอยพบกับตัวจริงของคุณเพชราเร็ว ๆ นี้ถ้าไม่เช่นนั้นแคมเปญนี้จะไม่สำเร็จเลย “วินาทีแรกที่ คุณเพชราเดินเข้าฉากทางทีมงานปรบมือให้เป็นการต้อนรับการกลับมาสู่วงการ คุณเพชราถึงกับร้องไห้และขอบคุณที่ทุกคนเตรียมงานอย่างดี เธอพูดระหว่างถ่ายทำเสมอว่าถ้าไม่ดีถ่ายใหม่ได้ บางครั้งขอเทคใหม่ถ้ารู้สึกว่าตัวเองทำไม่ดี มาถึงกองถ่าย 6 โมงเช้ากว่าจะได้ถ่าย 11 โมง ทีมงานทำแบบค่อยเป็นค่อยไป เธอสู้งานดีกว่าดาราที่ตาปกติด้วยซ้ำ”

30 ปีที่รอคอยการหวนกลับสู่วงการของเพชรา เธอยังคงรักษาตำแหน่งนางเอกยอดนิยมตลอดกาลไว้อย่างเหนียวแน่นเหมือนเมื่อ ครั้งอดีตในฐานะนางเอกหนังขวัญใจคนไทยทั้งประเทศอีกครั้งหนึ่ง.

ตัวอย่างงานแสดงของ เพชรา เชาวราษฎร์

-  บันทึกรักพิมพ์ฉวี (2505) -  7 พระกาฬ (2510) -  ไอ้ทุย (2514)
-  ดอกแก้ว (2505) -  นางนวล (2510) -  เสือขาว (2514)
-  แพนน้อย (2506) -  5 พยัคฆ์สาว (2510) -  เชียงตุง (2515)
-  เหยี่ยวดำ (2506) -  โป๊ยเซียน (2510) -  กว๊านพะเยา (2515)
-  คมพยาบาท (2506) -  ตำหนักแดง (2510) -  ระเริงชล (2515)
-  รวงแก้ว (2506) -  แสนรัก (2510) -  กลิ่นร่ำ (2515)
-  เก้ามหากาฬ (2507) -  สาวจ้าวสมิง (2510) -  น้ำผึ้งพระจันทร์ (2515)
-  มังกรคนอง (2507) -  โนรี (2510) -  ลานสาวกอด (2515)
-  สมิงบ้านไร่ (2507) -  ฟ้าเพียงดิน (2510) -  วิวาห์ลูกทุ่ง (2515)
-  ภูตพิศวาส (2507) -  ไฟเสน่หา (2510) -  จันทร์แรม (2515)
-  พนาสวรรค์ (2507) -  เทพบุตรปืนทอง (2510) -  มนต์รักดอกคำใต้ (2515) …. คำใต้
-  ร้อยป่า (2507) -  ปิ่นรัก (2510) -  หัวใจป่า (2515)
-  พันธุ์ลูกหม้อ (2507) -  สุดแผ่นดิน (2510) -  สุดสายป่าน (2515)
-  จ้าวพยัคฆ์ (2507) -  ตั๊กแตน (2510) -  แสนทนง (2515)
-  นกน้อย (2507) -  สายเปล (2510) -  หาดทรายแก้ว (2515)
-  ชาติเจ้าพระยา (2508) -  มนุษย์ทองคำ (2510) -  กล้าสิบทิศ (2515)
-  5 พยัคฆ์ร้าย (2508) -  ผึ้งหลวง (2510) -  คุ้มนางฟ้า (2515)
-  มังกรดำ (2508) -  สิงห์หนุ่ม (2510) -  ไอ้แดง (2516)
-  จอมใจ (2508) -  ปูจ๋า (2510) -  กุหลาบไฟ (2516)
-  หมอกสวาท (2508) -  ทะเลเงิน (2510) -  สายฝน (2516)
-  แผ่นดินสวรรค์ (2508) -  เหนือเกล้า (2510) -  ไม้ป่า (2516)
-  ทาสผยอง (2508) -  นางพรายตานี (2510) -  พยัคฆ์พันลาย (2516)
-  เทพบุตรนักเลง (2508) -  9 เสือ (2510) -  เตะฝุ่น (2516)
-  ลมหวน (2508) -  ใจนาง (2510) -  ดอนโขมด (2516)
-  สุภาพบุรุษนักเลง (2508) -  เหนือนักเลง (2510) -  เจ้าปลิวสิงห์สุพรรณ (2516)
-  ขวัญชีวิต (2508) -  แหลมหัก (2510) -  หัวใจหิน (2516)
-  วังเสือ (2508) -  จันทร์เจ้า (2510) -  อีสาน (2517)
-  เสือข้ามแดน (2508) -  จุฬาตรีคูณ (2510) -  แว่วเสียงลมรัก (2517)
-  วีรบุรุษเมืองใต้ (2508) -  เทพธิดาบ้านไร่ (2510) -  กังหันสวาท (2517)
-  ถิ่นผู้ดี (2508) -  แก้วกาหลง (2510) -  แผ่นดินแม่ (2518)
-  เสือเหลือง (2509) -  ยอดแก่น (2511) -  ชะตาชีวิต (2519)
-  ชุมทางรัก (2509) -  กำพร้า (2511) -  ลูกเจ้าพระยา (2520)




Pharmf22
Hello! kecddkf interesting kecddkf site!
19 มีนาคม 2553 - 01:55     IP : 202.43.65.xxx x 
1

ร่วมแสดงความคิดเห็น

กรอกข้อความที่เห็น

ชื่อ : Name


go to top